กระแสข่าวของดงบังชิงกิมันช่างเชี่ยวกรากน่ากลัว ล่าสุดSME ออกมาแถลงว่าดงบังชินกิจะไม่สามารถกลับมาเป็นดงบังชินกิได้เหมือนเดิม หนังสือพิมพ์ของไทยพาสหัวข่าวเรียกแจจุง,ยูชอน,จุนซู ว่า"3 กบฏ"
คอนเสิร์ตสุดท้ายที่จีนถูกยกเลิก
และอีกหลายข่าวที่ขยันออกมาเพื่อทำร้ายcassiopiaโดยตรง
ใครที่ไม่ได้เรียกตัวเองว่า cassiopia คงไม่มีวันรู้ว่าพวกเราต้องเจอกับอะไรบ้าง ไม่มีวันเข้าใจว่าพวกเรารู้สึกยังไงในตอนนี้ ไม่มีทางเข้าใจว่าสิ่งที่เราต้องการมากที่สุดคืออะไรแต่เรา cassiopia สามารถเข้าใจกันได้เป็นอย่างดีแม้จะไม่เคยเจอหน้ากัน ไม่เคยพูดจา ไม่เคยรู้จักกัน
...เรา...มีหัวใจดวงเดียวกัน
เรารู้ว่า cassiopia คนอื่นรู้สึกยังไงเพราะเราสัมผัสมันได้...รู้สึกถึงมันได้เหมือนกัน
เราเจ็บปวด เมื่อข่าวของดงบังชินกิถูกเผยแพร่ออกมาในทางลบ
เราหวาดกลัว เมื่อข่าวออกมาว่าดงบังชินกิจะแยกวง
เราร้องไห้ เมื่อข่าวออกมาบอกว่าชางมินและยุนโฮไม่ยืนอยู่ข้างสมาชิกทั้งสาม
เราคาดหวัง ว่าเรื่องนี้จะจบลงเสียที ดงบังชินกิจะกลับมาอยู่เคียงข้างกัน เคียงข้างcassiopia
เราผิดหวัง เมื่อมีข่าวไม่ดีต่างๆ
เราเสียใจ เมื่อมีบางอย่าง บางข่าวบอกเราว่า ไม่มีอีกแล้ว ดงบังชินกิของ cassiopia
เราโกรธเคืองเมื่อใครพูดถึงดงบังชินกิที่เรารักในทางที่ไม่ถูกต้องและผิดจากความเป็นจริงแม้จะเกิดทั้งหมดที่กล่าวมาแล้ว แม้จะมีข่าวมากมาย บางทีบางข่าวทำให้เรารู้สึกทั้งหมดที่ว่านั่นพร้อมๆกันในเวลาไม่กี่วินาที
แต่ทำไมเราถึงยัง..."เชื่อใจ" ดงบังชินกิ
คนที่เรียกตัวเองว่า cassiopia หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้หรอก จะรู้แค่ว่า"เชื่อใจ" เท่านั้น
เราไม่สามารถให้เหตุผลกับใครๆว่าทำไม?
เราไม่สามารถบอกคนอื่นได้ว่า ทำไมขนาดนี้ยังปิดหูปิดตาไม่ยอมรับความจริง?
เราไม่สามารถบอกคนอื่นได้ว่า เจ็บปวดขนาดนี้ทำไมถึงยังดันทุรังที่จะยืนอยู่ที่เดิม
เราไม่สามารถบอกใครต่อใครได้ว่า ทั้งๆที่ 'ถูกหักหลัง'ขนาดนี้ทำไมเรายังเข้าข้าง ยังยืนหยัดเพื่อดงบังชินกิ
เพราะเรารู้ว่าพูดไปก็ไม่มีใครเข้าใจ....ต่อให้บรรยายความรู้สึกอยู่ 3 ชั่วโมง คนที่ไม่ใช่cassiopia ไม่มีทางเข้าใจว่าเราพูดอะไร
เค้าจะรู้สึกว่าเราโง่งมงาย
เค้าจะรู้สึกว่าเรารักไม่ลืมหูลืมตา
เค้าจะรู้สึกว่าเรากำลังปกป้องคนที่เรารักทั้งที่จริงๆแล้วรู้อยู่แก่ใจว่าอะไรคือความจริง
ไม่แปลกหรอก เพราะมนุษย์ถูกออกแบบมาให้เชื่อว่าความจริงคือ"สิ่งที่เห็น"
และcassiopia ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นของกฏธรรมชาตินี้
เพียงแต่เราเห็น"ในมุมที่แตกต่าง" จากคนอื่น
cassiopia เห็นดงบังชินกิมานาน เฝ้ามองมาตลอด แน่นอนว่าชีวิตทั้งแปดร้อยด้านของดงบังชินกิอยู่ในสายตาของcassiopia
เราไม่เคยเชื่อข่าวที่ประกาศออกมา เพราะเรามีสายข่าวของเราเอง
เรารู้ว่าข่าวที่ออกมาทุกวันนี้"ขัดกับความเป็นดงบังชินกิตลอด 8 ปีที่ผ่านมา" มากมายแค่ไหน
ไม่มีใครรู้ดีกว่าเราว่าดงบังชินกิต้องผ่านอะไรมาบ้างกว่าจะเป็นหนึ่งในเอเชีย
ไม่มีใครรู้ดีเท่าเราว่าดงบังชินกิต้องเสียน้ำตามากเท่าไหร่ถึงจะมาถึงจุดนี้
ไม่มีใครรู้ดีเท่าเราว่าดงบังชินทำอะไรเพื่อแคสสิโอเปียบ้าง
ไม่มีใครรู้ดีเท่าเราว่าดงบังชินกิให้อะไรกับcassiopiaมากมายแค่ไหน และเหตุผลอีกกี่สิบข้อที่ทำให้เรายังยืนยันที่จะเชื่อใจดงบังชินกิ
ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเราหรอกว่า คำว่า'หักหลัง' ทำร้ายเราหรือดงบังชินกิมากกว่ากัน...
แจจุงต้องทำอะไร ผ่านอะไรมาบ้าง เจ็บปวด หกล้มมามากเท่าไหร่ เพื่อการมาเป็นนักร้องอย่างที่หวัง แจจุงต้องเจอกับอะไรบ้างแลกกับการเป็นดงบังชินกิที่แฟนๆคาดหวังว่าต้องเพอร์เฟค
จุนซูต้องอดทนกับอะไรมาบ้างกว่าจะได้เป็น ซีอาจุนซูจนทุกวันนี้ ช่วงเวลาที่เจ็บปวดที่สุดของจุนซูคือตอนที่เสียงแตก...ทำไมล่ะ? ทุกคลิปวีดีโอจุนซูร้องเพลงตลอด ร้องไปเรื่อยๆเหมือนคนบ้า ร้องจนเป็นนิสัย ให้สัมพาษณ์ก็ยังร้อง ร้องเพลงเหมือนคนเพิ่งหัดร้องแม้เสียงจะขั้นเทพแล้วก็ตาม...ทำไมเขาถึงทำแบบนั้น? 6 ปีที่ต้องอยู่แบบเลื่อนลอยไม่รู้ว่าจะได้เป็นนักร้องรึเปล่า จุนซูทนเพื่ออะไร?
ยูชอนร้้องไห้กี่ครั้งตั้งแต่เป็นดงบังชิกิ และแต่ละครั้งผู้ชายคนนี้ร้องไห้เพื่ออะไร? ยูชอนต้องทิ้งอะไร เสียสละอะำไรที่สำคัญในชีวิตไปบ้างเพื่อเป็นดงบังชินกิ
ยุนโฮต้องทำอะไร ทนกับอะไีรก่อนจะมาเป็นดงบังชินกิ ต้องเจอกับอะไรเมื่อมาเป็นดงบังชินกิแล้ว กดดันแค่ไหนที่ต้องแบกรับพาระหนักหน่วงตั้งแต่อายุยังน้อย โดนอะไรที่เลวร้ายมาเท่าไหร่เมื่อมาเป็นยูโนยุนโฮแห่งดงบังชินกิ เกือบตายมากี่ครั้งในฐานะหัวหน้าวงวงนี้
ชางมินต้องแลกการเป็นดงบังชินกิกับอะไรบ้าง ความลำบากยากเข็ญที่ต้องเรียนด้วยทำงานในฐานะดงบังชินกิด้วยมันลำบากแค่ไหน กลางวันเป็นชางมินแห่งดงบังชินกิ กลางคืนคือเด็กนักเรียนเตรียมสอบที่นั่งใส่แว่นอ่านหนังสือทบทวนบทเรียน
ทั้ง 5 คนพอมาเป็นดงบังชินกิแล้ว ในขณะที่คนภายนอกเห็นเพียงความสำเร็จที่เหมือนจะได้มาง่ายดาย cassiopia ที่ใกล้ชิดกับดงบังชินกิมากที่สุด กลับเห็นน้ำตาและความเหนื่อยล้าโดดเด่นกว่าความสำเร็จนั้นเสียอีก น้ำตาที่เกิดจากความภูมิใจในความสำเร็จที่เกิดจาก"ความทุ่มเท อดทน พยายาม" ความเหนือยล้าที่เกิดจาก"การต่อสู้กับสิ่งที่ต่อต้าน อุปสรรคที่ขวางกั้น"
เราเข้าใจคำว่า"กว่าจะได้มา" "กว่าจะเป็นดงบังชินกิ" "กว่าจะสำเร็จ" "กว่าจะเป็นที่หนึ่ง"
เรารู้ว่าคำว่า "กว่า" ทั้งหมดนั้น เราและดงบังชินกิต้องพยายามต่อสู้เคียงข้างกันมากมายแค่ไหน
แล้วทั้ง5 คน(หรือ 3 คนในความเห้นของบางคน) จะแลกความเป็นดงบังชินกิที่ได้มาแสนยากลำบากนี้ด้วยเหตุผลโง่ๆตามที่ข่าวบอกจริงๆน่ะหรือ?
นั่นแหละ...คือสิ่งที่cassiopiaตั้งคำถาม
เราไม่เคยให้คำตอบกับใคร แต่เรารู้ว่าคำตอบของเราคืออะไรและเชื่อว่าcassiopia มีคำตอบเดียวกันทุกคน
ดงบังชินกิหักหลังแคสสิโอเปีย หมายความว่า เค้าต้องหักหลังความฝัน ความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมา เพราะ cassiopia คำนี้ นอกจากจะถูกสร้างขึ้นจากสมาชิกดงบังชินกิแล้ว ยังเติบโตงดงาม แ็ข็งแกร่งเพราะความฝันและความพยายามของดงบังชินกิด้วยเช่นกัน
cassiopia ไม่ได้สร้างดงบังชินกิ แต่ดงบังชินกิต่างหากที่สร้างเราขึ้นมา เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ทุกย่างก้าวที่เจ็บปวดยากลำบากของดงบังชินกิ สร้างcassiopia ให้มีตัวตนขึ้นมาทีละน้อย และเพิ่มความแข็งแกร่งให้cassiopia ที่เติบโตมาก่อนหน้า
เราcassiopia คือกระจกสะท้อนความพยายาม ความสำเร็จ ความยากลำบาก หยาดน้ำตา ความฝัน ความหวัง ของดงบังชินกิเช่นเดียวกับดงบังชินกิที่เติบโตขึ้นอย่างงดงามคือกระจกสะท้อนความสำเร็จ ความพยายาม ความรัก ความเสียสละ ของcassiopia
เราผลัดกันเป็นฝ่ายปกป้องและถูกปกป้องจากดงบังชินกิตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
เราจึงเชื่อว่าcassiopiaทุกคนรู้สึกไม่ต่างกัน และเชื่อว่า ดงบังชินกิรู้สึกไม่ต่างจากเรา
มนุษย์น่ะ ถ้าไม่ใช่สิงที่เห็นมักจะไม่เชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่จริง
เพราะฉะนั้นเชื่อเถอะว่า cassiopia ย่อมมีสิ่งที่เห็นและรับรู้ได้จากดงบังชินกิ สิ่งที่สามารถทำให้เชื่อได้ว่าคือความจริง เค้าถึงยังยืนหยัดเป็นcassiopiaอยู่ตรงนี้
cassiopia ไม่ได้โง่งมหรือรักจนตาบอด
เพียงแต่เรารู้...เราเห็น...ในสิ่งที่คนอื่น ไม่รู้ เท่านั้นเอง
มันจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราบอกไม่ได้ว่าเราเชื่อใจดงบังชินกิขนาดนี้เพราะอะไร?
คุณจะรู้เหตุผลนั้นได้เองถ้าคุณเป็น 'cassiopia'